ปลอดภัยไร้สารพิษ ใบยอให้แคลเซียมสูงมาก ร่างกายควรได้แคลเซียม วันละ ๘๐๐ มิลลิกรัม กินใบยอประมาณ ๒ ช้อนโต๊ะพูนๆ จะได้แคลเซียมไปแล้วครึ่งหนึ่ง ของความต้องการของร่างกาย (ใบยอ ๑๐๐ กรัม ให้แคลเซียม ๔๖๙ มิลลิกรัม) ใบยอยังให้วิตามินเอ สูงกว่าผักชนิดอื่นๆ นอกจากนี้ยังให้ ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินบี ๑ บี ๒ อีกด้วย ลูกยอดิบ นิยมใช้ทำส้มตำ แทนมะละกอ มีผู้ยืนยันว่า รสชาติดีกว่า ส้มตำมะละกอ
ปัจจุบัน มีน้ำผลไม้ เสริมสุขภาพชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญฮือฮากันมากว่า บำบัดมะเร็งได้ และบำบัด บรรเทาโรคต่างๆ สารพัด ขายกันถึงขวดละ ๒,๐๐๐ บาททีเดียว เมื่อจำหน่ายในระบบขายตรง และการโหม กระพือข่าว ทำให้ผู้ป่วยมะเร็ง และแม้แต่ผู้ไม่เป็นมะเร็งก็ตาม ต่างควักกระเป๋า ซื้อน้ำผลไม้ มหัศจรรย์นี้ อย่างคึกคัก เภสัชกรหญิง สุภาภรณ์ ปิติพร แห่งโรงพยาบาล เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ปราจีนบุรี กล่าวถึง น้ำผลไม้ ที่โด่งดังนั้นว่า
"ก็คือลูกยอบ้านเราดีๆ นี่เอง แต่เรากลับต้องไปจ่ายเงินแพง ซื้อน้ำลูกยอต่างประเทศ"
ในสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ เราไม่น่าจะจ่ายแพงขนาดนั้น ลูกยอที่มีเต็มต้น และ หล่นเกลื่อนกลาด ซึ่งหลายคน ลืมไปแล้ว รีบเก็บมาเป็นยาคู่บ้าน และเสริมสุขภาพ ด้วยวิถีแบบไทยๆ กันเถอะ
‘ ลูกยอแก่จัด ผิวขาวขุ่น เนื้อยังแข็ง เก็บสดจากต้นได้ยิ่งดี คั้นในเครื่องชนิดแยกกากแยกน้ำ จะได้น้ำยอสดๆ ใส่น้ำมะนาวสด (น้ำมะนาวจะเข้ากันได้ดีมากกับลูกยอ) น้ำผึ้ง หรือ น้ำตาลทรายแดง (ทำเป็นน้ำเชื่อม ไว้ก็ได้) ปรุงรสให้พอเหมาะ เป็นน้ำผลไม้รสชาติใหม่ ดื่มสดชื่น ถ้าไม่บอก แทบไม่รู้ว่า เป็นน้ำลูกยอ ช่วยบำรุงร่างกาย ทำให้นอนหลับสบายตามธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึ่งยานอนหลับ ซึ่งมีผลข้างเคียง ต่อร่างกาย
‘ ลูกยอสุก คลุกกับน้ำตาลทรายแดง ในอัตราส่วน ๑ : ๑ (สูตรนี้ไม่ต้องใส่น้ำเปล่า ในการหมัก) เหลือน้ำตาล ทรายแดงสัก ๒ ขีด ไว้โรยหน้า หมักในภาชนะมีฝาปิด ๑๕-๓๐ วัน กรองกากด้วยกระชอน ตาห่าง จะได้เนื้อข้นๆ เก็บใส่ขวดปิดฝาไว้ให้สนิท กินครั้งละ ๑ ช้อนโต๊ะ โดยใส่ในน้ำอุ่น ๑ แก้ว อาจใส่ น้ำมะนาว เพิ่มรสชาติ กินก่อนอาหารประมาณ ๑ ชั่วโมง หรือเวลาท้องว่าง (เพื่อการดูดซึมได้ดี) และ ก่อนนอน
แหล่งที่มา เครือข่ายอโศก
ประโยชน์ทางการแพทย์และช่วยดูแลสุขภาพของยอ
จากผลการวิจัยในต่างประเทศแสดงให้เห็นว่าการทานลูกยอหรือน้ำลูกยอธรรมชาติอย่างสม่ำเสมอจะช่วยเสริม
ภูมิต้านทาน โดยการควบคุมการทำงานของเซล การกระตุ้มให้สร้างเซลใหม่ทดแทนเซลเดิมที่ถูกทำลายไป
ดังนั้นลูกยอจึงช่วยเยียวยาร่างกายพร้อมกับสามารถใช้ลูกยาทานร่วมกับการรักษายาแผนปัจจุบันโดยการไปเสริม
ให้ยาออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น ดังนั้นในการใช้ดูแลสุขภาพร่วมกับยาแผนปัจจุบัน ให้ลองทานที่ละน้อยและค่อยๆเพิ่ม
ขึ้นและสามารถลดยาแผนปัจจุบันให้น้อยลงได้ จากรายงานการวิจัย พบว่ามีผลข้างเคียงน้อยมาก โดยมี
สรรพคุณในการบำบัดดูแลผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งสารสำคัญในลูกยอคือ สโคโปเลติน
(Scopoletin) สารตัวนี้จะมีฤทธิ์ไปช่วยขยายหลอดเลือด ให้ความยืดหยุ่น ผลคือทำให้ระดับของความดัน
โลหิตเริ่มลดลง นอกจากนี้ยังส่งผลต่อให้ลดอาการเสื่อมของหัวใจที่ต้องทำงานหนักจากการพยายามบีบเลือดผ่านเส้นเลือด
ที่เริ่มอุดตันไปทั่วร่างกาย(พบในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง) สารสำคัญอีกตัวหนึ่งก็คือโปรเซอโรนีน
(Proxeronine) โดยเมื่อเข้าสู่ร่างกายโปรเซอโรนีนจะถูกเซลในร่างกายเปลี่ยนไปเป็นเซอโรนีน (Xeronine)
ซึ่งมีผลทางบวกต่อเซลในร่างกายโดยการควบคุมปฏิกริยาต่างๆในร่างกายในบริเวณที่มีการอักเสบให้ลดลง
จนเป็นปกติได้ดีขึ้น โดยเป็นไปได้ที่เซอโรนีนอาจไปป้องกันมิให้เปปไทด์ที่กระตุ้นการอักเสบไปจับตัวกับโปรตีน
เฉพาะนี่เอง ทำให้สามารถลดการอักเสบ ปวดบวม ลงได้
องค์ประกอบสำคัญในการสร้างเซอโรนีนในร่างกายจะประกอบด้วย โปรเซอโรนีน เอ็มไซม์โปรเซอโนเนส
(proxeronase) และเซโรโทนิน โดยปกติแล้วร่างกายจะสามารถสร้างเวอโรนีนได้เองแต่ในปริมาณจำกัด
โดยตับจะเป็นตัวสะสมโปรเซอโรนีนทุก 2 ชั่วโมง โดยคำสั่งจากสมองมาที่ตับ จะกระตุ้นให้ตับปล่อย
โปรเซอโรนีนออกมา เซลของอวัยวะต่างๆของร่างกายจะดูดซับเอาไว้และเปลี่ยนให้เป็นเซอโรนีนตาม
ที่ต้องการ ดังนั้นความผิดปกติในการทำงานของเซลก็จะต้องอาศัยหรือขึ้นอยู่กับปริมาณของโปรเซอโรนีน
โดยปกติร่างกายจะไม่มีปัญหาอย่างใดจนกว่าร่างกายจะตกอยู่ในภาวะที่ต้องการเซอโรนีนจำนวนมากเช่น
ภาวะเครียด (Stress) เป็นเวลานาน ปัญหาสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ ภาวะการเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง
ของเซลก่อนกลายไปเป็นเซลมะเร็ง การติดเชื้อรา การได้รับสารพิษเป็นระยะเวลานาน (เช่นกลุ่มที่ได้รับสารพิษ
จากการทำงานเป็นระยะเวลานาน ส่งผลให้เกิดภาวะผิดปกติอย่างไม่ทราบสาเหตุเรื่อรัง) ภาวะต่างๆข้างต้น
หรือจากหลายๆปัจจัยร่วมกัน จะส่งผลให้เซลร่างกายต้องการเซอโรนีนเพิ่มมากขึ้น แต่เนื่องจากตับที่ทำหน้าที่
ผลิตสารตั้งต้นโปรเซอโรนีนได้ในปริมาณจำกัด อาจไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ส่งผลให้เกิดความ
ผิดปกติเกิดขึ้น
ดังนั้นจากการวิจัยผลยอหรือน้ำสกัดลูกยอเข้มข้นจึงมีประโยชน์อย่างมากเพราะในลูกยอจะมีสารโปรเซอโรนีน
(Proxeronine) ประกอบอยู่เป็นจำนวนมาก
คุณค่าของลูกยออีกประการหนึ่งมาจากความเกี่ยวข้องกับสาร เซโรโทนินคือ มีความสามารถในการจับยึดกับ
สารเซโรโทนินได้ดี โดยสารเซโรโทนินเมื่อใช้กับผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้า (depression) หรือผู้ป่วยปวด
ศีรษะไมเกรน จะมีอาการดีขึ้น ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า เซโรโทนิน เป็นสารตัวหนึ่งในขบวนการ
ชีวสังเคราะห์เพื่อให้ได้อัลคาลอยด์ที่เรียกว่า เซอโรนีนซึ่งมีประโยชน์ต่อการบำบัดดูแลรักษาระบบของร่างกาย
คือ
- ภาวะปรวนแปรของพละกำลัง (Altered Energy State, AES) เช่นการขาดพละ
กำลังแห่งชีวิต ส่งผลให้เกิดความเครียด ก่อให้เกิดภาวะโรคเบื่อหน่าย/เซ็งเรื้อรัง (ดูรายละเอียดเพิ่มเติม)
- โรคภูมิแพ้ตนเอง (Autiimmune Disease) เช่นโรคเอส แอล อี โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) โรคเบาหวานชนิดที่ 2 (Diabetes type 2) ต่อมไทรอยด์อักเสบ
โรคลำไส้อักเสบแบบโครห์น (Crohn's) ลูปัส อีริธีมาโตซัส (Lupus erythematosus)
- ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง (Immunedeficiency) เช่นโรคติดเชื้อไวรัส HIV และเอปสไตน์ บาร์
ไวรัส (Epstein Barr Virus) โรคเชื้อราแคนดิดา
- การติดเชื้อเฮอร์ปีส์ ชนิดที่ 1 และ 2 ตับอักเสบเรื้อรัง การอักเสบในช่องเชิงกราน ตับอ่อนอักเสบ
กลุ่มอาการหลังติดเชื้อไวรัส ต่อมใทรอยด์อักเสบ ช่องคลอดอักเสบจากเชื้อรา
- ช่วยลดภาวะการหลั่งเกินของเยื่อเมือก เช่นโรคไซนัสอักเสบ หอบหืด หลอดลมอักเสบ และน้ำมูก
ไหลเรื้อรัง
- การปรับลดภาวะการหลั่งของน้ำย่อยในกระเพาะอาหารมากเกิน ทำให้ช่วยลดปัญหาแผลใน
กระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น กระเพาะอาหารอักเสบ
- ช่วยการทำงานของต่อมใต้สมองดีขึ้น ต่อมนี้จะทำหน้าที่ผลิต เซโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งจะ
ไปเปลี่ยนไปเป็น เมลาโทนิน (Melatonin) โดยเมลาโทนินนี้จะเป็นตัวช่วยการนอนหลับให้เป็นปกติ ช่วย
ควบคุมอุณหภูมิร่างกาย อารมณ์ ให้เกิดความสมดุล
- ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในกระแสเลือด
- บรรเทาอาการผิดปกติ อาการปวดก่อนประจำเดือนมา (PMS)
สรรพคุณพื้นบ้านของไทยตามตำรับยาแผนโบราณ
ยอเป็นกลุ่มยาร้อน ใข้แก้อาการมือเท้าตาย ยอเหมาะกับคนที่เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ปวดตามข้อ ช่วยแก้โรคหวัด
มีฤทธิ์เพิ่มภูมิต้านทาน โดยเฉพาะผลยอจะช่วยแก้อาเจียน ขับลม บำรุงธาตุ
โดยการใช้ผลยอที่ไม่สุกหรือดิบเกินไป หั่นปิ้งไฟพอเหลืองกรอบ ต้มเอาน้ำเป็นกระสาย หรีอต้มชงดื่มเอาน้ำที่ได้
จิบที่ละน้อยแต่บ่อยครั้ง ผลสุกช่วยขับระดู ผลดิบมีคุณสมบัติในการรักษาโรคเหงือก น้ำคั้นบรรเทาอาการเจ็บคอ
ลูกยอประกอบด้วยกลุ่มสารสำคัญคือ โมโนเทอร์ปีน (Monoterpines) ได้แก่ Asperuloside และยังมี
เบต้าคาโรทีน มีสารหอมระเหยซึ่งส่วนมากเป็นสารกรดคาร์บอกซีลิค เช่น กรดอ็อกทาโนอิค กรดเฮกซาโนอิค
เป็นต้น
ลูกยอสุกเป็นยาขับผายลมในลำไส้ได้ดีมาก
วิธีปรุง นำลูกยอดิบที่ยังเขียวอยู่ แต่เมล็ดข้างในแข็งแล้ว โดยทั่วไปจะเอาลูกยอทั้งลูกเผาบนถ่านไฟโดยใช้
ไฟอ่อนๆ กะว่าผิวนอกไหม้ดำเป็นถ่าน ข้างในเหลืองกรอบพอดี ถ้าเผาไม่ถึงที่จะมีรสขื่น
หรือไม่มีเตาถ่านให้เอาลูกยอมาหั่นเป็นแว่นบางๆแล้วคั่วทั้งสดๆโดยใช้ไฟอ่อนๆเช่นกันโดยคั่วให้เหลืองกรอบ
จากนั้นนำมาต้มหรือชงกับน้ำร้อน โดยใช้ลูกยอ 1 ลูกต่อน้ำ 1 แก้ว โดยจะใช้วิธีชงทิ้งไว้สักพัก 5 นาที ข้อสำคัญควรดื่มน้ำลูกยอนี้ในขณะที่ยังร้อนหรืออุ่นๆ
วิธีรับประทาน
1.ให้จิบทีละนิดไปเรื่อยๆ เพราะในคนที่อาเจียนรับประทานอะไรเข้าไปมากๆไม่ได้อยู่แล้ว เมื่อจิบไปเรื่อยๆ
จะช่วยให้อาการคลื่นไส้ อาเจียนลดลงจนหาย
2. รับประทานลูกสุก เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด เพียงแต่นำลูกยอที่สุกงอมมาจิ้มเกลือน้ำตาลรับประทาน
แต่ก็จะยากสำหรับผู้ที่ไม่ชอบกลิ่นลูกยอ
3. รับประทานลูกดิบแก่ๆ เป็นการหลีกเลี่ยงกลิ่นเหม็นของลูกยอคือเอาลูกยอดิบที่แก่ที่เม็ดข้างในแข็งแล้ว
นำมาฝานเป็นชิ้นบางๆ นำมาจิ้มเกลือ หรือเอามยำหรือตำเป็นแบบส้มตำโดยใช้แทนมะละกอ
4.หากต้องการทำเก็บไว้กินนานๆ ให้นำลูกยอแก่ มาฝานเป็นแว่นบางๆตากแดดให้แห้ง บดเป็นผงให้ละเอียด
เวลาใช้นำมาชงละลายในน้ำร้อนหรือปั้นผสมกับน้ำผึ่งรับประทาน โดยใช้ครั้งละ 1-2 ช้อนชา หรือ 1-2 เม็ด
หลังอาหาร
ปัจจุบันมีการผลิตออกมาเป็นผงบรรจุอยู่ในแคปซูล เก็บไว้ได้นานและพร้อมรับประทานง่ายๆ
รายละเอียดเพิ่มเติม
5. น้ำลูกยอ (Noni) เพื่อให้ได้ประโยชน์และสรรพคุณที่หลากหลายของยอ และช่วยให้การบริโภคที่ควรได้
รับเป็นประจำสดวกขึ้น จึงมีการผลิตออกมาเป็นน้ำลูกยอ ซึ่งสามารถช่วยดูแลสุขภาพและรักษาโรคต่างๆ
จากการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์พบว่า น้ำลูกยอสามารถช่วยกระตุ้นภูมิต้านทาน ยับยั้งการเจริญเติบโตของ
เซลมะเร็ง ควบคุมการทำงานของเซลให้เป็นปกติ ช่วยรักษาโรคและอาการไม่ปกติอื่นๆของร่างกายได้อีกด้วย
เหตุที่น้ำลูกยอมีประโยชน์ช่วยในการดูแลรักษาโรคได้เพราะในน้ำลูกยอที่สกัดตามธรรมชาติมีสารอาหาร
ครบถ้วน เช่น อมิโน แอซิด คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามินและแร่ธาตุต่างซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้มีบทบาท
สำคัญต่อกลไกของการสร้างเซลการผลิตพลังงานของร่างกาย
นอกจากจะมีประโยชน์จัดได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแล้ว ยังจัดเป็นกลุ่มไฟโตสเตียรอล ซึ่งร่างกาย
นำไปใช้ช่วยเสริมในการผลิตฮอร์โมนซึ่งจำเป็นในการควบคุมกลไกการทำงานของระบบต่างๆในร่างกาย
ให้เป็นปกติอีกด้วย
ในปัจจุบันน้ำลูกยอถูกจัดว่าเป็นอาหารเสริมที่ดีมาก เพราะจากประโยชน์ดังกล่าวข้างต้นแล้วในลูกยอมีสาร
แอลคาลอยด์ที่เรียกว่าสารเซอโรนีน ซึ่งมีความสำคัญในการทำงานของโปรตีนในร่างกายระดับปกติของ
เซอโรนีนในวันเด็กหรือวัยหนุ่มสาวมีจำนวนไม่มากและจะเริ่มลดลงไปอีกเมื่ออายุมากขึ้น เมื่อระดับของ
เซอโรนีนลดลง เซลต่างๆในร่างกายก็เริ่มทำงานผิดปกติไป ดังนั้นจึงแนะนำให้ผู้สูงอายุ ผู้ที่ทำงานหนัก
มีภาวะเครียดสูง บริโภคน้ำลูกยอเป็นประจำ ท่านจะพบว่าร่างกายจะเริ่มสดชื่นแข็งแรงมากขึ้น
ความเจ็บป่วยต่างๆจะค่อยๆทุเลาลง
เนื่องจากน้ำลูกยอจะไปช่วยเพิ่มระดับเซอโรนีนเพื่อชดเชยส่วนที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
เมื่อมีความสำคัญของลูกยอและมีการขยายตัวในการใช้ลูกยอเพิ่มมากขึ้น จนกลายเป็นสมุนไพรที่ต่างชาติ
ต้องการที่จะนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แล้วส่งกลับเข้ามาจำหน่ายในเมืองไทยในราคาสูง หรือ
แม้แต่ผู้ผลิตในบ้านเราเพื่อเร่งให้ทันต่อความต้องการ หลายผลิตภัณฑ์จะใช้ตัวเร่งในการหมักให้เร็วขึ้นทำให้
ได้ปริมาณอัลกอฮอล์ปนเข้ามาในปริมาณสูง (คล้ายไวน์)ทำให้ผู้บริโภคที่ดูแลสุขภาพต้องได้รับอัลกอฮอล์
เข้าไปด้วย ในรายที่แพ้การดื่มน้ำลูกยอส่วนหนึ่งมาจากการแพ้อัลกอฮอล์ด้วย เช่น เป็นผื่นร้อนวูบวาบ หน้าแดง
หัวใจเต้นไม่เป็นปกติ เป็นต้น ท่านควรเลือกชนิดที่ไม่มีอัลกอฮอล์หรือมีให้น้อยที่สุดหรือเลือกทานเป็นแบบ
แคปซูลไปเลย
จากข้อมูลการวิจัยของ ดร.ราฟ ไฮเนกี นักชีวเคมี ชาวอเมริกา ได้รายงานไว้ว่า การดื่มน้ำลูกยอ อย่าง
สม่ำเสมอต่อเนื่องกันเป็นประจำ จะช่วยลดหรือบรรเทาอาการเจ็บป่วยของโรคและความผิดปกติต่างๆ
ได้ดังนี้
| มะเร็ง | 67% | โรคหัวใจ | 80% |
| เบาหวาน | 83% | โรคความดันโลหิตสูง | 87% |
| ผลจากการสูบบุหรี่จัด | 58% | โรคอ้วน | 72% |
| โรคภูมิแพ้ | 85% | ปัญหาของระบบย่อยอาหาร | 80% |
| ปัญหานอนไม่หลับ | 72% | โรคไตและระบบทางเดินปัสสาวะ | 66% |
| ภาวะเครียด | 71% | โรคปวดตามไขข้อ | 80% |
| การทำงานของสมองดีขึ้น ความคิดอ่าน และ อาการ เหนื่อยล้าเรื้อรังดีขึ้น | 73% | ต้านทานและบรรเทาหวัด | 75% |
| ์Natural Noni Juice from Thai Source ผ่านขบวนการตามธรรมชาติ ไม่ใช้ยีสต์ในการ เร่งปฏิกริยา ให้ปริมาณสารเซอโรนีนสูงและมี ปริมาณอัลกอฮอล์ต่ำ สำหรับผู้ที่ต้องการเครื่องดื่ม สุขภาพที่ไม่มีอัลกอฮอล์ โดย Aroma&Herb |
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Aroma&Herb Natural Noni Juice , Alcohol Free
เป็นขบวนการผลิตตามธรรมชาติ คัดสรรวัตถุดิบจากท้องถิ่น
ตามโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ จากขบวนการตาม
ธรรมชาติใช้ระยะเวลานานกว่าแต่ข้อดีคือได้ความเข้มข้นของ
ปริมาณโปรเซอโรนีนได้ดีและยังมีปริมาณอัลกอฮอล์น้อยมาก
เพราะไม่ได้ใช้ขบวนการการเร่ง ผลิตภัณฑ์น้ำลูกยอ Natural
Thai Noni Juice แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานโดยเฉพาะที่หลีกเลี่ยงความหวาน และแบบพร้อมดื่มสำหรับทั่วไป ส่วนผสมของน้ำผึ้งบริสุทธิ์
เป็นตัวให้ความหวาน
ชนิดพร้อมดื่ม ปรุงแต่งความหวานด้วยน้ำผึ้งบริสุทธิ์ให้ความสดชื่นหอมหวาน
| บรรจุใน 2 ขนาด ขวด PET ฝาเกลียว | ราคา/บาท | ราคา/6 ขวด |
| ขนาด 750 ซีซี/ขวด สำหรับผู้เริ่มต้นทดลองดื่ม | 145.00 | 780.00 |
| ขนาด 1500 ซีซี/ขวด สำหรับดื่มเป็นประจำ | 270.00 | 1,460.00 |
์์ ชนิดไม่ปรุงแต่งและไม่เติมความหวาน สำหรับผู้เป็นโรคเบาหวาน โดยเฉพาะ
| บรรจุใน 2 ขนาด ขวด PET ฝาเกลียว | ราคา/บาท | ราคา/6 ขวด |
| ขนาด 750 ซีซี/ขวด สำหรับผู้เริ่มต้นทดลองดื่ม | 145.00 | 780.00 |
| ขนาด 1500 ซีซี/ขวด สำหรับดื่มเป็นประจำ | 270.00 | 1,460.00 |
Aroma&Herb Natural Noni Juice มีความเข้มข้นในกรณีที่รู้สึกเข้มข้นมากเกินไปใน
การเริ่มต้นดื่มให้เจือจางหรือลดปริมาณลงครึ่งหนึ่งในระยะแรก เมื่อเริ่มคุ้นเคยแล้วจึงควร
ดื่มแบบปกติ
น้ำลูกยอสกัดธรรมชาติ ปราศจากอัลกอฮอล์ และมีระดับน้ำตาลไม่มาก ใช้น้ำผึ่งเป็นส่วน
ผสมช่วยไม่ให้ระดับ น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ควรดื่มเป็นประจำ ครั้งละ 20-50 ซีซี เช้า /
เย็น / ก่อนนนอน
จากการทานติดต่อกันประมาณ 2-3 อาทิตย์ ลองเช็คความแตกต่างทั้งด้วยความรู้สึก
สดชื่นแข็งแรงที่ดีขึ้นแล้ว ค่าความดันโลหิต ระดับน้ำตาลในเลือด ปัญหาเรื่องภูมิแพ้
อาการปวดตามไขข้อจะทุเลาและดีขึ้นอย่างชัดเจน
หาซื้อได้ที่ร้าน AromaHealth Shop สวนลุมไนท์บาซาร์ อยุธยาซอย 7
หรือผ่านทางชมรมรักสุขภาพ ไทยแล็ปออนไลน์ หมายเลย
Email : info@thailabonline.com
หรือผ่านทางHealthShop เว็ปไซด์ของไทยแล็ปออนไลน์ IHealthShop
ยอไทย / THAI NONI
ตรา Natural Power (กลุ่มรักษ์สมุนไพรสิงห์บุรี)
ยอไทย จำหน่ายน้ำลูกยอ ซึ่งมีทั้งหมด 4 สูตรและยอผง มีลักษณะแต่ละสูตร ดังนี้
1.สูตร ยอผสมกระชายดำ
- เป็นน้ำลูกยอ 88 % / ไม่มีเนื้อลูกยอ(ผ่านการกรองแล้ว)
- เป็นชนิดปรุงรสแล้ว - พร้อมดื่ม/เขย่าขวดก่อนเปิด
2.สูตร ยอข้น 1
- เป็นน้ำลูกยอข้น / มีเนื้อลูกยอ
- เป็นชนิดปรุงรสแล้ว - พร้อมดื่ม/เขย่าขวดก่อนเปิด
- pH 4.05 , 12 Brix
- ใน 1 ลิตร ใช้ลูกยอ 1.33 กก.
3.สูตร ยอข้น 2
- เป็นน้ำลูกยอบริสุทธิ์ 100%
- เป็นน้ำลูกยอข้น/มีเนื้อลูกยอ
- ไม่มีน้ำ ( No water added )
- ไม่มีน้ำตาล ( No Sugar )
- รสธรรมชาติ ( Natural taste )
- ใช้วัตถุกันเสีย ( Preservatived )
- pH 4.04 , 16 Brix
- ใน 1 ลิตร ใช้ลูกยอ 3.38 กก.
4.สูตร ยอเข้ม
- เป็นน้ำจากลูกยอล้วน ๆ 100 % / ไม่มีเนื้อลูกยอ (ผ่านการกรองแล้ว)
- มีรสตามธรรมชาติ ( Natural taste)
- ไม่เติมน้ำ ( No water added)
- ไม่เติมน้ำตาล ( No Sugar )
- ไม่ใช้วัตถุกันเสีย ( No Preservative)
- pH 4.04 , 15 Brix
- ใน 1 ลิตร ใช้ลูกยอ 7.68 กก.
5.ผงลูกยอบด / NONI POWDER
- บรรจุในถุงฟอยด์ 5 กก.
- ได้มาตรฐานการผลิตวัตถุดิบที่ดี / GAP/Good Agriculture Practice
- อบ /บดในโรงงาน GMP /Good Manufacturing Practice
- ตรวจสอบคุณภาพผ่าน Lab / B,P,C (ตามมาตรฐานส่งออก)
- ลูกยอบดละเอียด ผ่านตะแกรงเบอร์ 80-120
ติดต่อ : กลุ่มรักษ์สมุนไพรสิงห์บุรี
ที่อยู่ : 49/9 ม.6
ต.ต้นโพธิ์ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี 16000
โทรศัพท์ : 0 89226 0869, 08 6044 1406
โทรสาร : 0 3651 2455
อีเมลล์ : kankatekaew@yahoo.com
เวลาทำการ : 7.30 – 17.00 น.
* ส่วนลดพิเศษสำหรับลูกค้าที่เห็นโฆษณาจาก 88DB 20% *
ป้ายกำกับ: health
โกฐจุฬาลำพาจีน
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Artemisia vulgaris L. var indica
วงศ์ : ASTERACEAE
ลักษณะทางพฤกศาสตร์ :
ลำต้น ไม้ล้มลุก สูงได้ถึง 1.5 เมตร รากมีกลิ่นหอม
ใบ เดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่หรือรูปใบหอก ขอบหยักเว้า ลึกเป็นพู ดอกช่อ แยกแขนง ประกอบด้วยช่อย่อยเป็นกระจุกกลมขนาดเล็กออกที่ซอกใบหรือปลายกิ่ง มีชั้นใบประดับ กลีบดอกสีเหลืองอ่อน
ผล เป็นผลแห้งไม่แตกเมล็ด รูปขอบขนานหรือรูปไข่ ผิวเกลี้ยง
สารออกฤทธิ์ที่พบ: Chemiebase
ส่วนที่ใช้และสรรพคุณ
ใบ : ใช้เป็นยาถ่ายน้ำเหลืองเสีย แก้ท้องร่วง ถ่ายพยาธิ ขับปัสสาวะ ขับเหงื่อ ขับลมในลำไส้ แก้ไขข้ออักเสบ ระงับอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ ทำให้ประจำเดือนมาปกติ บำรุงมดลูก ระงับอาการปวดท้อง และอาการเจ็บท้องคลอดลูก โดยการใช้ใบต้มเอาน้ำดื่ม ใช้ภายนอกนำใบสดมาตำให้ละเอียดแล้วนำมาพอกแก้โรคปวดศีรษะ รักษาบาดแผลเรื้อรัง แก้อาการเคล็ดบวม ใช้สูบควันแก้โรคหืด
ช่อดอก : ใช้ต้มเอาน้ำดื่ม เป็นยาแก้ขับเสมหะ แก้หืด อาหารไม่ย่อย
เอกสารอ้างอิง 1. พจนานุกรมสมุนไพรไทย ISBN : 974-9556-82-8 พิมพ์ครั้งที่ 6 2548
ที่มา ไทยเฮิร์บ
เหงือกปลาหมอ
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Acanthus ebracteatus Vahl
ชื่อพ้อง : Acanthus ilicifolius L.
ชื่อสามัญ : Sea holly
วงศ์ : ACANTHACEAE
ชื่ออื่น : แก้มหมอ แก้มหมอเล จะเกร็ง นางเกร็ง อีเกร็ง เหงือกปลาหมอน้ำเงิน
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง สูง 1-2 เมตร ลำต้นและใบมีหนาม ใบหนามแข็งมีขอบเว้าและมีหนามแหลม ใบออกเป็นคู่ตรงข้ามกัน ดอกออกเป็นช่อตามยอด กลีบดอกสีขาวอมม่วง มี 4 กลีบแยกจากกัน ผลเป็นฝักสีน้ำตาล มี 4 เมล็ด ชอบขึ้นตามชายน้ำ ริมฝั่งคลองบริเวณปากแม่น้ำ
ส่วนที่ใช้ : ต้น และใบ ทั้งสดและแห้ง ราก เมล็ด
สรรพคุณ :
ต้นทั้งสดและแห้ง - แก้แผลพุพอง น้ำเหลืองเสีย เป็นฝีบ่อยๆ
ใบ - เป็นยาประคบแก้ไขข้ออักเสบ แก้ปวดต่าง ๆ รักษาโรคผิวหนัง ขับน้ำเหลืองเสีย
ราก - ขับเสมหะ บำรุงประสาท แก้ไอ แก้หืด- รักษามุตกิดระดูขาว
เมล็ด - ปิดพอกฝี- ต้มดื่มแก้ไอ ขับพยาธิ ขับน้ำเหลืองเสีย
วิธีและปริมาณที่ใช้ : ใช้ต้นและใบสด 3-4 กำมือ ล้างให้สะอาด นำมาสับ ต้มน้ำอาบแก้ผื่นคัน ใช้ติดต่อกัน 3-4 ครั้ง
กลุ่มยารักษาโรคผิวหนัง ผื่นคัน กลากเกลื้อน
ที่มา eduzones.com
คำตอบคือกินสายกลาง กินสายกลางคือกินมื้อเช้าและมื้อเที่ยง งดมื้อเย็น เปรียบตัวเราเป็นรถยนต์ ตื่นเช้ามาต้องเติมน้ำมันก่อน หรือกินมื้อเช้า รถจึงจะวิ่งได้ ถึงเที่ยงน้ำมันยังไม่หมด เติมอีกครั้ง ถึงเย็นก่อนนอนก็ยังไม่หมดพิสูจน์ได้ดังนี้
สมมุติกินไข่ลวก 1 ฟองโตๆ มีไข่แดงหนัก 50 กรัม ในไข่แดงมีคลอเลสเตอรอล 1 กรัม ให้พลังงาน 9 แคลอรี่ ฉะนั้น 50 กรัม ให้พลังงาน 450 แคลอรี่ จะต้องออกกำลังกายเพื่อใช้พลังงานนี้ โดยขี่จักรยานตั้งแรงต้านไว้ 1.3 ก.ก. ความเร็วที่ปั่นบันไดจักรยาน 60 รอบต่อนาที ขี่อยู่นาน 60 นาที จะเหนื่อยหอบ เหงื่อไหลท่วมตัว แต่ใช้พลังงานไปเพียง 300 แคลอรี่ ไข่ใบเดียวใช้ไม่หมด
ฉะนั้นถ้ากินมื้อเช้า มื้อเที่ยง จนถึงเย็น พลังงานยังเหลือแน่นอน ไม่จำเป็นต้องไปเติมอีก เพราะเวลานอนร่างกายจะนำพลังงานที่เหลือใช้ไปเก็บในที่ต่างๆ โดยตับเป็นผู้ทำงานนี้ ถ้าพลังงานเหลือมาก การเอาไปเก็บในที่ต่างๆก็มาก ทำให้อ้วน และแน่นอนถ้าเก็บไม่หมดโดยเฉพาะพวกไขมันตัวโตๆ จะต้องค้างอยู่ในหลอดเลือด
ถ้าค้างสะสมมากเท่าใด รูหลอดเลือดก็จะเล็กลงทุกวัน เลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆได้น้อยลง อวัยวะทั้งหลายก็จะเสื่อมสภาพเร็วขึ้นหรือแก่เร็วขึ้น
ถ้าวันไหนอุดตัน เช่นถ้าตันที่สมอง จะกลายเป็นคนพิการอัมพาตครึ่งซีก
ถ้าอุดตันที่ไต ต้องล้างไต เปลี่ยนไต
ถ้าตันที่ขา อาจต้องตัดขาทิ้ง
ถ้าตันที่กล้ามเนื้อหัวใจ ก็จะไม่มีโอกาสได้สั่งลาใคร
ฉะนั้นการกินมื้อเย็นจึงเป็นมื้อที่เร่งกระบวนการเสื่อมถึงเสียชีวิตให้เร็วขึ้นไปอีก มื้อเย็นจึงเป็นมื้ออันตราย เป็นมื้อตายผ่อนส่ง ยิ่งกินมื้อเย็นมาก ยิ่งผ่อนส่งมาก ตายเร็ว ถ้าไม่กินมื้อเย็น ก็จะแก่ช้า เสื่อมช้า อายุยืน
การไม่กินอาหารมื้อเย็นเป็นเรื่องที่ต้องเอาชนะใจตัวเองอย่างมาก ถ้าใครทำได้จะตัดทั้งกิเลส สุขภาพดี อายุยืน และมีสมาธิดี
ความมุ่งมั่นสูง ได้ประโยชน์ทั้งกายและใจ แต่ท่าน ต้องฝึกกระเพาะให้เกิดความเคยชิน วิธีฝึกมี 4 วิธี
1. ค่อยๆลดปริมาณอาหารมื้อเย็น ทีละน้อยๆเช่นลดกินข้าวจาก 2 จาน เหลือ 1 1/2 จาน สัก 3-4 เดือน โดยมีข้อแม้ว่า หลังอาหารเย็นแล้วห้ามกินอาหารใดๆทั้งนั้นยกเว้นน้ำเปล่า พอกระเพาะชินแล้วลดเหลือ 1 จาน ต่อไปครึ่งจาน ต่อไปไม่กินข้าวเลยกินแต่กับ ต่อไปกินผักผลไม้ สุดท้ายงดอาหารเย็น
2. ร่นเวลากินอาหารเย็น เช่นจาก 2 ทุ่มมากิน 1 ทุ่ม ต่อไปเลื่อนเป็น 6 โมงเย็น 5 โมงเย็น 4 โมงเย็น 3 โมงเย็น ฯ
3. กินเม็ดแมงลักแทนมื้อเย็น ใช้เม็ดแมงลัก 2 ช้อนโต๊ะใส่ในถ้วยน้ำแกงหรือน้ำเปล่าคนแล้วดื่มทันที ดื่มน้ำตามอีก 4-5 แก้ว
4. กินมังสะวิรัตมื้อเย็น การกินผักผลไม้ถือว่าเป็นอาหารไม่มีพิษ ร่างกายจะได้พักไม่ต้องทำลายพิษของอาหารเนื้อสัตว์
พิษที่สะสมไว้ก่อนก็จะถูกตับ ไต กำจัดหมดไปเองได้ ร่างกายมีเวลาถึง 18 ช.ม. กำจัดพิษที่ติดมากับมื้อเช้า มื้อเที่ยงได้ทัน
ฉะนั้นการไม่กินอาหารเย็น จึงเป็นเวลาที่ตับ ไต จะสามารถกำจัดสารพิษจากอาหารมื้อเช้าและเที่ยงได้หมด ร่างกายจึงบริสุทธิ์ทุกวัน
ท่านทราบแล้วใช่ใหมว่า ทำไมสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงทรงบัญญัติให้พระฉันเพียง 2 มื้อ คือ เช้า กับ เพล
สารต้านอนุมูลอิสระ ไม่มีแต่ในผักผลไม้สดเท่านั้น
หากคราวหน้าคุณคิดจะปาสตรอเบอรีหรือองุ่นค้างคืนทิ้งละก็ อย่าเพิ่งนะครับ
เพราะนักวิทยาศาสตร์ชาวเบลเยียมเพิ่งรายงานมาว่า ผักและผลไม้เหล่านี้ยังคงมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่อีกหลายวันหลังจากที่เราซื้อมา บางชนิดแม้เราจะเห็นว่าใกล้เสียแล้วก็ยังมีคุณค่าอยู่แถมบางชนิดยิ่งเก่าเท่าไรยิ่งมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระมากเท่านั้นครับ
อายุของผักและผลไม้นั้นเราอาจสังเกตได้จากรูปร่างลักษณะภายนอก
แต่ผักผลไม้อายุมาก ที่เราพยายามจะเขวี้ยงทิ้งกลับมีประโยชน์อย่างไม่น่าเชื่อเลยครับ คำว่ามีประโยชน์ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่ามีรสชาติอร่อย หรือมีคุณค่าทางโภชนาการสูงนะครับแต่หมายความว่า มันมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ซึ่งได้รับอิทธิพลจากปัจจัยทางพันธุกรรม เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม นักวิจัยกล่าวว่ายังไม่มีการศึกษาใดที่ให้ความสำคัญกับรูปแบบการเก็บต่อระดับสารต้านอนุมูลอิสระ
Claire Kevers และคณะได้สรรหาผักผลไม้หลายชนิดจากตลาดเบลเยียมมาทดสอบระดับสารต้านอนุมูลอิสระในช่วงเวลาที่แตกต่างกันไปหลังจากเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องหรืออุณหภูมิ 37 องศาฟาเรนไฮต์ในตู้เย็น
จนกระทั่งผักผลไม้นั้นๆ จะเริ่มเน่า ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าหลังจากทิ้งผักผลไม้ที่ซื้อจากตลาดไว้หลายวัน ผักผลไม้เหล่านั้นยังคงมีสารประกอบจำพวกฟีนอล กรดแอสคอร์บิกและเฟลโวนอล สารเคมีทั้งสามที่ว่านี้เกี่ยวข้องกับระดับสารต้านอนุมูลอิสระ นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าระดับสารต้านอนุมูลอิสระที่เพิ่มขึ้นหลังจากวันที่ซื้อมานั้นเกิดจากการเพิ่มขึ้นของสารประกอบเหล่านี้ครับ
สรุปว่าผักและผลไม้ที่ค้างคืน แม้จะดูไม่น่าทาน แต่ก็มีประโยชน์อยู่นะครับ ไม่จำเป็นต้องรีบทิ้งหรอกครับ
การศึกษาชิ้นนี้มีชื่อว่า "Evolution of Antioxidant Capacity during Storage of Selected Fruits and Vegetables" ตีพิมพ์ในวารสาร Agricultural and Food Chemistry ฉบับวันที่ 17 ต.ค.
Labels
- astrology program (4)
- biodiesel (1)
- comic (1)
- condo plan (39)
- deva (2)
- dharma (4)
- egypt (12)
- english terms (5)
- ergonomic (1)
- feng shui (7)
- FFI (3)
- fuel (1)
- gas (1)
- gasoline (1)
- gemstone (3)
- health
- heroes (5)
- hobby (6)
- jagannatha hora (2)
- knowledge (17)
- make merit (1)
- maps (1)
- mlm (1)
- mpg-cap (1)
- mpg-mega-crumb (1)
- my trip (5)
- my wish list (5)
- numerology (3)
- oil (1)
- rich dad poor dad (1)
- rober kiyosaki (1)
- save (1)
- talismans (4)
- tv show (8)
- vedic astrology (7)
- นามมงคล (2)
- พ่อรวยสอนลูก (1)
- เลขศาสตร์ (3)
- เสริมสิริมงคล (6)


